เบื้องหลังนวัตกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทีมนักวิจัยจาก AIMET ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ด้านจิตเวช ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุดเด่นของ DMIND ไม่ได้อยู่เพียงการนำ AI มาใช้กับงานด้านสุขภาพจิต แต่ยังให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยและจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี โดยระบบได้รับการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานจริยธรรมการวิจัยในคน และคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่มีการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งาน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสร้างชื่อบนเวทีเทคโนโลยีระดับนานาชาติ หลังได้รับรางวัล The Sauciest AI Governance Leadership Award by ETDA ประเภทมหาวิทยาลัย จากงาน Techsauce Global Summit 2026 ตอกย้ำบทบาทของจุฬาฯ ในการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาล โดยมีนวัตกรรม “DMIND” แอปพลิเคชัน AI สำหรับคัดกรองความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า เป็นหนึ่งในผลงานสำคัญที่สะท้อนศักยภาพด้าน AI ของมหาวิทยาลัย
พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ Main Stadium ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร รองอธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผู้แทนอธิการบดีจุฬาฯ เข้ารับรางวัล
“DMIND” เมื่อ AI เข้ามาช่วยคัดกรองสุขภาพจิต
DMIND เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการประเมินข้อมูลหลายรูปแบบ ทั้ง น้ำเสียง ข้อความ และการแสดงออกทางสีหน้า เพื่อวิเคราะห์สัญญาณที่อาจสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า
แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งาน และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการประเมินสุขภาพจิตในเบื้องต้นได้สะดวกยิ่งขึ้น โดย AI ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคแทนบุคลากรทางการแพทย์
จากนวัตกรรม AI สู่การสร้างประโยชน์ให้สังคม
การพัฒนา DMIND สะท้อนแนวคิดของการนำเทคโนโลยีมาผสานกับองค์ความรู้ทางการแพทย์ เพื่อรับมือกับประเด็นด้านสุขภาพจิตที่มีความสำคัญต่อสังคม การมีเครื่องมือสำหรับประเมินความเสี่ยงในเบื้องต้นอาจช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงได้รับคำแนะนำหรือเข้าสู่กระบวนการดูแลที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน การออกแบบระบบโดยให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลและจริยธรรมการวิจัย ยังสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนา AI ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงประสิทธิภาพของเทคโนโลยี แต่ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อผู้ใช้งานควบคู่กันไป
ความสำเร็จของ DMIND จึงเป็นตัวอย่างของการนำ AI มาใช้แก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างศาสตร์ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และการแพทย์
รางวัลที่สะท้อนทิศทาง “AI University” ของจุฬาฯ
รางวัล The Sauciest AI Governance Leadership Award by ETDA เป็นรางวัลที่จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อยกย่ององค์กรที่มีบทบาทในการผลักดันการใช้เทคโนโลยี AI อย่างมีธรรมาภิบาล
สำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รางวัลครั้งนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของเทคโนโลยี แต่ยังแสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนา AI University ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของสังคม
DMIND จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า AI สามารถถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่าเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนระบบสุขภาพ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการคัดกรองสุขภาพจิต และสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักความปลอดภัย จริยธรรม และธรรมาภิบาล
